วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Bibi by Cheesecake House....กับแอปเปิ้ล ครัมเบิ้ลที่อร่อยมาก


(Edit : 20/12/2011)
ตอนนี้ร้าน Bibi by Cheesecake House ที่โครงการ นิฮอนมาชิ ปิดตัวไปแล้วนะคะ แต่ไม่
ต้องห่วงว่าจะอดกินของอร่อย เพราะเขาได้ยกเค้กทุกรส ทุกแบบที่มีที่บี่บี๋ไปขายอยู่ที่
ร้าน Desserie Sweet Cafe ชั้น 2 Terminal 21 นะคะ อยู่ติดๆ กับบันไดเลื่อนค่ะ และยัง
สามารถไปชิมชีสเค้กอร่อยต้นตำรับได้ที่ร้าน “Cheesecake House" ที่ซอยแจ่มจันทร์
หรือทองหล่อซอย 20


*************


รีบกลับมาตามที่ลั่นวาจาเอาไว้ ว่าครั้งนี้เราจะเอาร้านเค้กน่ารักๆ มาฝากร้านนึง เป็นร้านที่ดองเอาไว้ในใจอยู่นานมาก กว่าจะได้ฤกษ์เข้าไปถ่ายรูปมาให้ดูกัน ร้านที่ว่านี้ชื่อ “Bibi by Cheesecake House" (บี่บี๋ บาย ชีสเค้กเฮาส์)


ไม่รู้ใครเคยได้ยินร้านเค้กชื่อ “Cheesecake House" ที่ซอยแจ่มจันทร์ หรือทองหล่อซอย 20 กันบ้างมั๊ย จะบอกว่านั่นคือต้นธารของ “Bibi by Cheesecake House" ที่จะพาไปแนะนำกันนี่แหละ เพราะ  “Cheesecake House" เป็นร้านของคุณแม่ ส่วน “Bibi by Cheesecake House" เป็นร้านของคุณลูก (ลูกสาวกับลูกชาย)




ใครที่ชอบร้านกว้างๆ บรรยากาศเงียบๆ นั่งนานๆ ได้ คนไม่พลุกพล่าน จะต้องชอบ “Bibi by Cheesecake House" แน่ๆ เพราะร้านอยู่ในโครงการนิฮอนมาชิ หลัง "K Village" ซึ่งเป็นที่ที่คนไม่ค่อยพลุกพล่านเท่าไหร่ และบางทีก็เต็มไปด้วยคนญี่ปุ่น (ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความมีมารยาท ฉะนั้นเรื่องกินแล้วคุยกันเอะอะเสียงดังไม่เกรงใจโต๊ะอื่นๆ เลยไม่ค่อยมี)



สตรอเบอร์รี่ ชีสเค้ก
และแน่นอนชื่อร้านเค้ามีคำว่า “ชีสเค้ก” นางเอกของร้านก็ย่อมต้องเป็น “ชีสเค้ก” นู่นนี่นั่นโน่นอย่างแน่นอน ที่ได้เจอกับลิ้นเราวันนั้นคือ “สตรอเบอร์รี่ ชีสเค้ก” แล้วก็ “ไวท์ ช็อกโกแลต ชีสเค้ก” กินกันเน้นๆ กว่าเมนูอื่นๆ “White Chocolate Cheesecake" (ราคา 100 บาท)  ส่วน “Strawberry Cheesecake" (ราคา 130 บาท)


เนื้อครีมชีสมันไม่เปรี้ยวมากนะคะ ใครชอบเปรี้ยวๆ ถึงเปรี้ยวมากๆ อาจจะยังไม่สะใจ แต่พอรสมันไม่จัดมาก มันก็ทำให้กินไปได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องเรียกหาน้ำเปล่ามาล้างคอนะ เปรียบเทียบกันแล้ว เจ้าสองชิ้นนี้ เราชอบ “สตรอเบอร์รี่ ชีสเค้ก” ที่สุด เพราะว่าชอบสตรอเบอร์รี่ ที่วางไว้บนชีสเค้กอ่ะ มันลูกโตสะใจจริงๆ ซึ่งคนอย่างเราก็เอาเข้าปากไปทั้งลูกเลย ไม่ต้องมีการกัดแบ่งให้เสียรูปทรงใดๆ ทั้งสิ้น  >__<


แต่....แต่เมนูที่เรายอมพลีพื้นที่รอบพุงให้ก็คือ.... “Apple Crumble Pie" (ราคา 100 บาท) ค่ะ ต้องบอกก่อนว่าบางทีก็ชอบมีอคติอะไรแปลกๆ กับอาหารบางอย่าง เช่น ไอ้เจ้า “แอปเปิ้ล ครัมเบิ้ล พาย” เนี่ย ไม่เคยคิดจะอยากกินมันมาก่อนเลย เพราะคิดเอาเองว่า มันคงจะหวานๆ ก็เป็นคนไม่ค่อยชอบกินอะไรหวานๆ ไง “แอปเปิ้ล ครัมเบิ้ล พาย” เลยไม่ใช่เมนูที่ใฝ่ฝัน แต่พอมันเป็นภารกิจที่ต้องกิน เพื่อที่จะเอามาเขียนรีวิว ก็เลยต้องกิน แล้วมันก็....อร่อยอ่ะ !!!


แอปเปิ้ล ครัมเบิล พาย


เพิ่งรู้ว่าสิ่งที่เรียกว่า “แอปเปิ้ล ครัมเบิ้ล” มันอร่อยอย่างนี้นี่เอง แป้งข้างบนจะกรอบๆ  เนื้อแอปเปิ้ลก็เปรี้ยวๆ ไม่ได้หวานอย่างที่เคยคิดซะหน่อยเนอะ ! แล้วยังมีลูกเกดที่เราชอบผสมมาในเนื้อแอปเปิ้ลด้วย แล้วไอ้ซอสวานิลลาที่เอามาราดด้านบนให้ฉ่ำๆ ก็ทำให้เนื้อพายมันนิ่มลงนะ สรุปอร่อยจริงๆ ก็เลยกินหมดไปภายในพริบตา


โอรีโอ มอลต์ สมูทธี

ส่วนเครื่องดื่ม ก็แนะนำ "Oreo Malt Smoothie" (ราคา 70 บาท) ละกันนะคะ ใครชอบกินโอรีโอ น่าจะชอบนะ เพราะมันก็หวานๆ มีรสโอรีโอปะแล่มๆ ครีมมี่นิดๆ แต่ว่าอยากรู้จัง ถ้าเราเอาโอรีโอรสอื่นๆ อย่างเช่นรสโปรดของเรา ที่มันเป็นทูโทน ช็อกโกแลต + พีนัตบัตเตอร์ มาทำเครื่องดื่มแบบนี้บ้าง มันจะออกมาอร่อยมั้ยนะ


นอกจาก ชีสเค้กสารพัดสารพันแล้ว “Bibi by Cheesecake House” ยังมีของอร่อยอีกเพียบเลย (แต่วันนั้นไม่ได้กินหรอกนะ แค่ถ่ายมาอย่างเดียว เจอ “แอปเปิ้ล ครัมเบิ้ล” ไปก็อิ่มจะแย่แล้ว) ทั้ง “โอรีโอชีสเค้ก” “แมคคาเดเมีย ชีสเค้ก” “ทูน่า ทาร์ต” “ช็อกโกแลต ฟัดจ์ เค้ก” “พีนัท คาราเมล บราวนี่” “คีช ผักโขม” “พัฟ ไส้กรอก” .....ซึ่งเราเล็ง “คีช ผักโขม” กับ “พีนัท คาราเมล บราวนี่” เอาไว้ ว่าคราวหน้าจะกลับไปกินซะหน่อย


วันอังคาร -  ศุกร์ ร้านเปิด  12.00 – 22.00 น. ส่วนวันเสาร์ - อาทิตย์ ร้านเปิด 11.00 – 23.00 น. โทรไปสอบถามที่เบอร์ 02 – 258-5647 ก่อนได้ ถ้าอยากรู้รายละเอียดอะไร  หรือใครอยากจะดูข้อมูล และติดตามข่าวสารของร้าน ไปดูได้ที่เพจ  Bibi by Cheesecake House  ในเฟซบุ๊คได้เลยนะคะ



ไวท์ ช็อกโกแลต ชีสเค้ก

ทูน่า ทาร์ต
                                                 
โอรีโอ มอลต์ สมูทธี


คุกกี้

โคโคนัท เมอแรง พาย


แมคคาเดเมีย ชีสเค้ก


คีช ผักโขม


โอรีโอ ชีสเค้ก


พีนัท คาราเมล บราวนี่


Chicken Vol-Au Vent


ช็อกโกแลต ฟัดจ์ เค้ก


พัฟ ไส้กรอก


คัพเค้ก


ตามเก็บขวดน้ำของร้านทุกร้านที่ไป








คุณบี่บี๋ (เจ้าของร้าน) ตอนเด็กๆ กับคุณแม่












วันพฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เชียงใหม่ทริป ร้านเด็ด ร้านดี ตอนจบ เซียะก๋วยเตี๋ยวปลา กับ ไข่กระทะอุดร



บะหมี่แห้งต้มยำ
สุดท้ายแล้วๆ กับทริปเชียงใหม่ที่ได้ข่าวว่าไปมาตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว เพิ่งจะเขียนเสร็จเรอะ!!! …..สองร้านสุดท้ายที่บอกไว้ว่าจะเขียนถึง  ร้านนึงเป็นร้านที่เปิดมานานแล้วเหมือนกัน คนที่ไปเชียงใหม่บ่อยๆ อาจจะเคยไปกินมาแล้วก็ได้มันเป็นร้านโปรดของเราเลยแหละ เพราะมันเป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำที่เป็นต้มยำเลย ใส่ตะไคร้ ใบมะกรูด ปรุงรสแบบต้มยำกุ้งเลยอ่ะ ไม่ใช่ก๋วยเตี๋ยวต้มยำแบบที่ใส่ถั่วลิสงคั่ว และบีบมะนาวลงไปแบบนั้นนะ มันอร่อยกันละคนแบบนะ



ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ว่าคือร้าน “เซียะ ก๋วยเตี๋ยวปลา” ตรงแถวๆ สันผีเสื้อค่ะ เวลาไปกินกับเพื่อน จะชอบสั่งเบิ้ลสองชาม ตามด้วยลวกจิ้ม ที่มีลูกชิ้นปลาแบบลูกชิ้นแคะ (ใช่มั๊ยอ่ะ ถ้าเข้าใจไม่ผิด) รวมๆ กันมาให้เอาไปจิ้มกับน้ำจิ้มที่รสชาติและหน้าตาเหมือนน้ำจิ้มสุกี้ แต่เปรี้ยวกว่านิดหน่อย ปริมาณของลูกชิ้นในชามลวกจิ้มมันมีไม่เยอะนะคะ แต่ว่าเนื่องจากเราจะอิ่มมาจากก๋วยเตี๋ยวต่างๆ ที่เรากินเข้าไปก่อนหน้านั้นแล้ว ปริมาณลูกชิ้นแค่นั้น ก็เกินพอแล้วล่ะ



มันอร่อยตรงที่ลูกชิ้น ตะไคร้ ใบมะกรูดกับน้ำต้มยำที่คลุกมากับเส้น บวกกับหนังปลาแซลมอนทอดกรอบที่มีวางไว้ตามโต๊ะให้เราบิๆ โรยๆ ลงไปบนก๋วยเตี๋ยว ตอนเรียนที่เชียงใหม่ ไปกินกันบ่อยมากนะ ถ้าไม่มีเรียนตอนบ่าย




เส้นเล็กแห้งต้มยำใส่หนังปลาซัลมอนทอดกรอบ

ส่วนทางไปร้าน ขอให้ไปตั้งต้นที่อาเขต หรือสถานีขนส่งอาเขต และโรงเรียนดาราวิทยาลัย  ขับตรงขึ้นมามุ่งหน้าไปทางสี่แยกศาลเด็ก (ทางที่จะไปสันทรายน่ะค่ะ) เมื่อถึงสี่แยกให้เลี้ยวซ้าย แล้วขับตรงมาเรื่อยๆ จนเจอสะพานข้ามแม่น้ำปิง ให้ขับรถยูเทิร์นข้ามมาอีกฝั่งหนึ่ง แล้วขับรถย้อนขึ้นมาสักประมาณ 50 เมตร จะเจอถนนเล็กๆ เขียนว่า ถ.สันผีเสื้อ ให้เลี้ยวเข้ามาเลย สักแค่ประมาณ 20 - 30 เมตร ก็จะเจอร้านก๋วยเตี๋ยวที่มีป้ายสีเหลืองๆ เขียนว่า “เซียะ ก๋วยเตี๋ยวปลา” ติดอยู่ด้านบนให้เห็นเด่นเป็นสง่าแต่ไกลเลย  หรือจะสังเกตดูป้ายเซเว่นก็ได้ ถ้าเห็นเซเว่น ก็เห็นเซียะ

เส้นใหญ่เย็นตาโฟ


ลวกจิ้ม
แต่ยังนะ เราจะไม่จอดรถหน้าร้านนะคะ ขอให้ขับเลยร้านขึ้นไปอีกนิดนึง แค่สักประมาณ 10 เมตรเท่านั้นแหละ ก็จะเจอซอยเล็กๆ อยู่ทางด้านขวามือ ให้เลี้ยวเข้าไปเลยค่ะ ตรงนั้นจะเป็นที่จอดรถของทางร้าน พอจอดรถเสร็จ ก็เดินเข้าทางประตูหลังร้านได้เลย สวยจนไม่คิดว่านั่นคือหลังร้านนะคะ (จริงๆ เอาตรงไหนก็ได้ ที่มันต้องผ่านสี่แยกศาลเด็กอ่ะ ให้ขับไปทางตลาดคำเที่ยง ถ้าหาทางไปตลาดเจอ ก็จะเจอทางไปสันผีเสื้อเองค่ะ)



ร้านสุดท้ายของทริปนี้ไปกินเป็นอาหารเช้ามาสองรอบ (เพราะว่ามันอยู่หน้าบ้านเพื่อนพอดี)  มันคือ “ไข่กระทะอุดร” ของร้าน “ไข่กระทะเลิศรส” ที่เจ้าของเค้าลงทุนไปเรียนทำไข่กระทะที่อุดรมาเลยนะนั่น แล้วยังสั่งวัตถุดิบเกือบทั้งหมด พวกขนมปัง หมูยอ กุนเชียง มาจากอุดรอีกด้วย บางคนกินแล้วอาจจะบอกว่ารสชาติหรือหน้าตาแตกต่างจากต้นตำรับที่อุดรนะ แต่...อย่ายึดติดค่ะ อย่ายึดติด เพราะเค้าก็ไมได้ขายความเป็นออริจินัลค่ะ เพราะว่าเจ้าของร้านเค้าประยุกต์ให้เป็นไปตามสูตรของเค้าเองด้วย อย่างพวกขนมปัง นอกจาก “ขนมปังหมูยอ – กุนเชียง” แบบต้นตำรับแล้ว ก็มีแบบที่เจ้าของร้านประยุกต์ขึ้นมาเอง อย่าง “ขนมปังหมูสับเห็ดหอม”  “ขนมปังหมูแดง” ขนมปังหมูสับกุนเชียง” หรือ “ขนมปังกระเทียม” ด้วย (ทั้งหมดราคาชิ้นละ 20 บาท)  ไม่อธิบายมากนะคะ ดูจากรูปเอาเองละกัน บอกได้แค่ว่ามันอิ่มและอร่อยดีนะ ขนมปังเนื้อนุ่มดี ไส้ก็ให้มาซะเยอะเลยเชียว



ไข่กระทะทรงเครื่อง

แล้วมาร้านไข่กระทะ จะไม่กินไข่กระทะก็ดูกระไร มันจะมีไข่กระทะให้เลือกสองแบบนะคะ คือ “ไข่กระทะสูตรดั้งเดิม” (ราคา 25 บาท) และ ที่โรยหน้าด้วยหมูสับกับกุนเชียงฝานบางๆ และ “ไข่กระทะทรงเครื่อง” (ราคา 30 บาท) ที่เพิ่มหมูยอสั่งตรงจากอุดร และโรยหน้าด้วยผักชีกับหอมแดงทอดกรอบ อร่อยดีทั้งสองเมนู


ไข่กระทะสูตรดั้งเดิม

นอกจากนี้ก็มีก๋วยจั๊บเวียดนามที่น้ำซุปหวานธรรมชาติมากๆ อร่อยจนซดเพลิน ชอบตรงที่มันไม่มีรสชาติหวานแบบใส่ผงชูรสกันเป็นถุงปุ๋ยนะ ข้าวต้มซี่โครงหมู ข้าวต้มญวน และเกี๋ยวน้ำ แต่ 3 อย่างนี้เราไม่ได้สั่งมากินอ่ะ เลยไม่รู้รสชาติเป็นไง


ขนมปังหมูสับเห็ดหอม
สั่งทุกอย่างมากินแล้วอย่าลืมตามด้วยไมโลเย็นนะ อร่อยดี แล้วเช้านั้นจะอิ่มไปจนถึงเที่ยงเลย
สำหรับทางไปร้านเอาแผนที่ไปเลยดีกว่า เพราะละแวกนั้นพอจะเชี่ยวชาญอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ถ้าใครไปตลาดประตูเชียงใหม่ถูก ก็จะหาร้าน “ไข่กระทะเลิศรส “ เจอไม่อยากเลย เพราะมันบนถนนพระปกเกล้า ที่เดินเลยจากหน้าตลาดประตูเชียงใหม่ไปหน่อยเดียวเอง และถ้าใครมาค่ำๆ ดึกๆ นะ ร้านต้มเลือดหมูกับโจ๊กหมู ที่อยู่ ฝั่งตรงข้าม เยื้องๆ กับร้าน “ไข่กระทะเลิศรส” ก็อร่อยใช้ได้ทีเดียว



จบละสำหรับทริปนี้ จริงๆ กินเยอะกว่านี้ แต่บางร้านก็มีคนแนะนำเยอะแล้ว เช่นสลัด คอนเซปท์เป็นต้น เลยไม่เขียนซ้ำดีกว่า หรือบางร้านรสชาติยังไม่ถูกใจ ก็เลยไม่อยากแนะนำกัน



เดี๋ยวต่อไปกลับมากทม. แล้วล่ะ มีร้านเค้กน่ารักๆ มาแนะนำกันอีกแล้วด้วย รอนะรอๆ



ปล.ดูแผนที่ใหญ่ๆ เห็นชัดๆ คลิกที่รูปเลยค่ะ

ขนมปังกระเทียม กับ ขนมปังหมูสับกุนเชียง

ก๋วยจั๊บญวน
  
ขนมปังหมูแดง


ไข่กระทะเลิศรส



แผนที่ร้านไข่กระทะ

เส้นเล็กน้ำใส

น้ำจิ้มของลวกจิ้ม

ป้ายร้านเซียะก๋วยเตี๋ยวปลา

ด้านหน้าร้าน
ทางเข้าด้านหลังร้าน
ด้านหลังร้านทำเป็นที่นั่งในสวน